news

โบว์ แวนดา ประกาศตัดขาด อาน้ำอ้อย เตรียมใจรับกระแสโจมตีว่าเนรคุณ

ทำโซเชียลร้อนระอุอยู่พักหนึ่ง เมื่อคุณแม่สายสตรอง “โบว์ แวนดา” ได้โพสต์ข้อความ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวในทำนองว่า ขออโหสิกรรมให้ วอนหยุดพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นลับหลัง และต่อมาจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็ได้โพสต์เปลี่ยนเบอร์ผู้จัดการส่วนตัวทันที ซึ่งงานนี้ต่างก็ทำให้หลายคนคาดเดาไปในทางเดียวกันว่าเธอกำลังมีปัญหากับ “อาน้ำอ้อย” หรือเปล่า

ล่าสุด ในงานแถลงข่าวโครงการ From Hat to Heart ได้มีโอกาสเจอ “โบว์ แวนดา” จึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว

โดยเจ้าตัวก็ได้เผยให้ฟังว่า “ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกับอาน้ำอ้อยมานานแล้ว ส่วนเกิดปัญหาอะไรขึ้นนั้นไม่ขอพูดถึงเพราะมันจบไปนานแล้ว ยืนยันปัญหาไม่ได้เกิดจากเรื่องเงินหรือเรื่องที่เธอต้องการมีสามีใหม่ พร้อมเผยต่อว่าเตรียมทำใจไว้นานมากหากจะถูกกระแสโจมตีว่าเนรคุณ แต่เธอเชื่อว่าทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง”

ถามถึงประเด็นที่เราเคยโพสต์ไว้ ?
“จบไปแล้วค่ะ (ยิ้ม) ทุกสิ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้ว”

เหตุการณ์ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้เราตัดสินใจโพสต์ขนาดนี้ ?
“จริงๆ คนเรามีเหตุผลทุกอย่างค่ะ เอาง่ายๆ เราแค่อยากปกป้องตัวเราและครอบครัวของเราแค่นั้นเอง”

เราไปรู้เรื่องอะไรมา ?
“มันจบไปแล้วอ่ะ ไม่อยากจะพาดพิงถึงใครแล้ว อีกอย่างโบว์เชื่อว่าทุกคนคงทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่โบว์ทำไปยอมรับว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ใครหลายๆ คนเข้าใจว่าโบว์เป็นคนยังไง คือทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นการไตร่ตรองออกมาจากตัวเรานานมากแล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะมาโพสต์เพื่อจะเอากระแสหรืออะไร โบว์ไม่ได้ต้องการกระแส เพราะโบว์เคยเป็นยังไงมาก็อยากให้ชีวิตโบว์เป็นอย่างนั้น”

ที่ผ่านมาได้เคลียร์กับอาน้ำอ้อยไหม ?
“(ยิ้ม) ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว อีกอย่างโบว์คิดว่าต่างคนก็ต่างมีเหตุผลและต่างก็ใช้ชีวิตของตัวเองค่ะ”

หลังจากวันนั้นไม่ได้คุยกันเลยใช่ไหม ?
“ไม่ได้เจอเลยค่ะ”

ทางคุณพ่อพี่ปอก็ได้ออกมาซัพพอร์ตเรา ?
“กับคุณพ่อตอนที่สัมภาษณ์โบว์ก็ไม่ได้คุยกับคุณพ่อ เพราะด้วยตัวโบว์เองเวลามีปัญหาอะไรโบว์จะไม่ค่อยให้คนในครอบครัวรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างที่คุณพ่อให้สัมภาษณ์ตามนั้นค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราเป็นลูกสะใภ้ท่านแล้วท่านต้องมาซัพพอร์ตหรือเข้าข้างเรา โบว์เชื่อว่าคุณพ่อพี่ปอมีวุฒิภาวะที่เป็นผู้ใหญ่พอ”

กระแสข่าวออกมาว่ามีปัญหาเพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ ?
“ไม่มีค่ะ ไม่เคยมี ที่ผ่านมาเรื่องเงินทองก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในชีวิตโบว์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินทองสำคัญกับชีวิต แต่เรื่องเงินทองก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตโบว์ ทัศนะคติเราอาจจะไม่ตรงกัน มันไม่มีใครผิดหรอกค่ะ แต่สิ่งที่โบว์ทำไปหลายคนก็ด่าว่าโบว์หยาบๆ คายๆ ซึ่งโบว์ก็ได้แต่บอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปแค่นั้น”

พอเราเปลี่ยนผู้จัดการเหมือนกับว่างานเราน้อยลงด้วยหรือเปล่า ?
“โบว์ไม่ได้รับเองด้วยค่ะ ไม่อยากจะให้เป็นกระแสแล้วเลือกงาน โบว์คงไม่เอากระแสแบบนี้มาทำให้ครอบครัวโบว์ต้องรู้สึกเจ็บปวดอะไรแบบนี้ โบว์ไม่ต้องการ ถ้าไม่ใช่งานในวงการโบว์คิดว่าโบว์คงหางานอย่างอื่นทำที่ถนัดได้”

หรือปัญหาเกิดขึ้นเพราะเรื่องของการรับงาน ?
“ไม่มีเรื่องงานเลยค่ะ จะมีงานหรือไม่มีงานในวงการมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องอยากจะมี อย่างที่บอกไปโบว์เจออะไรมาเยอะมากนะคะกับครอบครัว มันผ่านตรงนั้นมาแล้ว มันทำให้โบว์คิดและโตขึ้นเยอะ และทำให้มองว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต”

สรุปเป็นเรื่องทัศนะคติที่ไปกันไม่ได้ ?
“เอ่อ… ความคิดไม่ตรงกันแค่นั้น แต่โบว์ก็ยังเคารพคุณอาเหมือนเดิมค่ะ”

จะมีโอกาสปรับความเข้าใจ หันมาเดินคนละครึ่งทางไหม ?
“ไม่น่ามีแล้วนะคะ (ยิ้ม) แต่ไม่ถึงขั้นไม่เผาผีกันเลยนะคะ แค่โบว์เลือกอยู่ในจุดที่โบว์สบายใจ มีความสุข ทั้งครอบครัว ตัวเรา และคนรอบข้างแค่นั้นพอ ทุกวันนี้เราก็ยังคงห่วงใยคุณอาอยู่ แต่คนเรามีทางเลือกที่จะยืนอยู่ตรงจุดไหนแล้วสบายใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า”

ตอนนี้กลายเป็นว่ามีทีมโบว์ หรือทีมอาน้ำอ้อย ไปแล้ว ?
“อย่างแฟนคลับทุกคนโบว์จะพยายามบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของโบว์ เพราะฉะนั้นอย่าให้ความรู้สึกข้างใดข้างหนึ่งมาทำลายความรู้สึกที่เราเคยมีดีๆ ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายให้มันแย่ ทุกคนมีเหตุผลค่ะ แต่เราไม่สามารถนั่งอธิบายเหตุผลให้คนทั้งโลกเข้าใจว่าที่เราทำเพราะอะไร รู้อยู่ที่เราทำไปแล้วโดนด่าแน่นอน รู้อยู่ว่าทำไปแล้ววันที่ลงต้องโดนด่าแน่นอน อกตัญญู เนรคุณ เห็นแก่เงิน ยิ่งกว่านี้ก็โดนด่า จนโบว์ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน 1 อาทิตย์ ถามว่าเครียดไหม เครียด แล้วปัญหาที่ผ่านมามันเครียดอยู่แล้ว มาครั้งนี้ก็ยิ่งเครียดไปอีก แต่ก็บอกตัวเองว่าที่เราทำมันถูกต้อง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

ร้องไห้ไหม ?
“โดนด่า โดนว่า ไม่ร้องหรอกค่ะ เพราะโดนมาเยอะแล้ว แต่ที่ร้องไห้เนี่ยมันก็ร้องในสิ่งที่เราไม่อยากทำแต่เราต้องทำ ร้องไห้ในมุมมองที่ว่าถึงเวลาที่มันต้องทำอ่ะ เราไม่อยากทำร้ายใครอยู่แล้ว ไม่อยากโดนด่า แต่เมื่อคนมันถึงที่สุดก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง จริงๆ วันนี้ก็ไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้กระทบถึงอีกฝั่งหนึ่ง เขาก็ใช้ชีวิตของเขาดีแล้ว ต่างคนก็ต่างทำมาหากิน เรายังยืนยันว่าไม่อยากให้มีวันนี้เกิดขึ้น ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ และไม่อยากให้คนในสังคมต้องมารับรู้เรื่องราวแบบนี้ที่มันเป็นเรื่องราวส่วนตัวของโบว์”

บางกระแสก็บอกว่าที่ขอออกมาจากอาน้ำอ้อยเพราะเรากำลังจะมีสามีใหม่ ?
“โอ๊ย… อยากตีปากคนที่พูดจังเลยค่ะ ไม่มีหรอกค่ะ สามงสามีก็ไม่มีหรอกค่ะ ยังคงเป็นพี่ปออยู่แบบนี้แหละ”

ทางอาน้ำอ้อยเคยให้สัมภาษณ์ว่า เราอาจจะหูเบา ไปเชื่อคนรอบข้างเกินที่คอยมายุ ?
“โบว์ว่าโบว์มีวุฒิภาวะพอ มีสมองพอที่จะไตร่ตรองก่อนว่าใครเป็นยังไง ถ้าโบว์เชื่อหรือหูเบา ป่านนี้โบว์คงไม่มีความเป็นตัวโบว์แล้วค่ะ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ที่คนเริ่มรู้จักโบว์ครั้งแรกก็เห็นอยู่ว่าคนรอบข้างโบว์เยอะแค่ไหน ถ้าโบว์ไม่เข้มแข็งพอ คิดเองไม่ได้ โบว์คงเลอะเทอะไม่มีจุดยืนในชีวิตแล้ว”

ตอนนี้ไม่สามารถจะเจอหรือเข้ามาพบกันที่บ้านได้เลยใช่ไหม
“อื้ม… โบว์ว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่าค่ะ ทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง”

ที่บอกว่าไม่ได้เคลียร์ แสดงว่าการโพสต์คือการตัดขาดกันอย่างชัดเจนเลยใช่ไหม ?
“ที่โพสต์ไปโบว์ไม่ได้บอกว่าใครนะคะ แต่พอหลังจากนั้นทางคุณอาก็ได้ออกมาสัมภาษณ์ วันนี้ก็กำลังจะสัมภาษณ์ในเรื่องที่คุณอาสัมภาษณ์ ส่วนที่โบว์โพสต์โบว์ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร”

น้องมะลิค่อนข้างจะใกล้ชิดกับคุณอา เราได้อธิบายให้น้องฟังไหมว่าทำไมคุณอาหายไปจากชีวิตเลย ?
“ความสัมพันธ์มันยังอยู่เหมือนเดิม ทุกครั้งที่น้องถามถึงคุณอา โบว์ก็จะบอกว่าคุณอาไปทำงานนะคะ หรือคุณอาไม่มีเวลา อย่างที่บอกโบว์ไม่อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้ อยู่ดีๆ โบว์จะมาหาเรื่องให้คนด่าโบว์มันก็ไม่ใช่เรื่อง แต่ก็ยังยืนยัยว่าถึงเวลาที่โบว์ต้องปกป้องตัวเองแล้ว”

อีกอย่างตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น เรากับช่อง3 ก็ดูจะห่างหายไปเลย ?
“จริงๆ ที่ช่องก็ไม่ได้อะไรนะคะ ไม่ได้เรียกเราเข้าไปทำงาน”

คนสงสัยว่างานบอลล่าสุดทำไมไม่มีเรากับน้องมะลิไปร่วมงาน ?
“จริงๆ ปีที่แล้วก็ไม่มีนะ ปีนี้ก็ไม่มี จะมีแค่ปีที่เราเสียพี่ปอไปแค่นั้นค่ะ คือทางช่องยังให้เกียรติและนึกถึงพี่ปอ แต่หลังจากนั้นช่องก็ไม่ได้บอกว่าเราต้องไปอยู่ตรงนั้นๆ ซึ่งทางผู้ใหญ่ที่ช่องก็ยังคงติดตาม ยังเอ็นดู ให้กำลังใจน้องเหมือนเดิม”

โอกาสที่จะกลับไปร่วมงานกับช่องยังมีไหม ?
“ถ้าเรื่องงานหากผู้ใหญ่ทุกท่านยังให้โอกาสโบว์ก็ยินดีค่ะ โบว์คงความคิดไว้เสมอว่าถ้ามีโอกาสดีก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องปฏิเสธ”

จากนี้จะได้เห็นหน้าเราบ่อยขึ้นไหม เพราะที่ผ่านมาดูหายๆ ไป ?
“อยู่ที่ผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายค่ะ (ยิ้ม) โบว์ยังตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อดูแลคนในครอบครัวต่อไป ตอนนี้หลักๆ เลยคือโบว์โฟกัสเรื่องลูก ธุรกิจ ครอบครัว ส่วนเรื่องสามีใหม่ไม่มีอยู่ในหัวเลยค่ะ”